บ้านวัดไทร หมู่ที่ 9 ตำบลกระดังงา อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม
วัดไทรเป็นวัดโบราณเก่าแก่ น่าชม และน่าศึกษามากวัดหนึ่ง ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้าง จากสิ่งก่อสร้าง ที่หลงเหลือตกทอดกันมา ทั้งที่ทรุดโทรมรื้อถอน ปฏิสังขรณ์ใหม่และสร้างใหม่ได้มีหลักฐานปรากฏอยู่ว่าสมัยโบราณ เป็นวัดที่ใหญ่มากวัดหนึ่ง จากบันทึกเรื่องวัดในจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่าเป็นวัดร้างมาช้านาน จนกระทั่งขุนวิเศษฯ นายด่านมะขามเตี้ย พระเจดีย์ 3 องค์ ด้านติดต่อกับประเทศพม่า ได้มาปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2023 วัดนี้จึงมีอายุไม่น้อยกว่า 500 ปี
นับตั้งแต่ขุนวิเศษฯ ได้ปฏิสังขรณ์ไว้ และมีพระจำพรรษา ตั้งแต่นั้นมา ไม่มีเจ้าอาวาสองค์ใดปฏิสังขรณ์วัดนี้ไว้เป็นชิ้นเป็นอัน จนถึง พ.ศ. 2460 พระอธิการนวลเป็นเจ้าอาวาสได้ทำการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ โดยอาศัยบอกบุญทายกทายิกาในด้านกำลังทรัพย์ และพระลูกวัดช่วยก่อสร้างซ่อมแซมกันเอง มีพระศักดิ์ ฐิตธมฺโม เป็นหัวแรง เมื่อพระอธิการนวลมรณภาพ สิ่งปฏิสังขรณ์สำเร็จไว้หลายอย่าง ตั้งแต่อุโบสถ หอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญ และกุฏิสงฆ์ ซึ่งของเดิมมี 8 หลังๆ ละ 5 ห้อง (มี 40 ห้อง) ชำรุดเสียหาย รวบรวมสร้างใหม่ได้เพียง 2 หลัง
หลังจากพระอธิการนวลแล้ว เจ้าอาวาสต่อๆ มาได้ดำเนินตามท่าน บูรณปฏิสังขรณ์และสร้างขึ้นใหม่ จากหลักฐานปรากฏว่า ประชาชนในถิ่นนี้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ร่วมกันบริจาคทรัพย์ และก่อสร้างสิ่งต่างๆ ให้แก่วัดมากมาย วัดนี้จึงมีเสนาสนะ และถาวรวัตถุต่างๆ ครบบริบูรณ์กว่าวัดใดๆ ใกล้เคียงในอดีต ตั้งแต่อุโบสถ วิหาร หอสวดมนต์ หอฉัน กุฏิสงฆ์ โรงจาร (โรงเขียนหนังสือ) โรงควง (โรงที่มีเครื่องตีหนังสือใบลาน เพื่อทำให้ใบลานเรียบ จะได้จารหนังสือสะดวก) สระน้ำ ตลอดจนโรงเรียนสอนปริยัติธรรม และโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษา (ปัจจุบันไม่มีแล้ว เป็นสถานที่ตั้งสำนักงานเทศบาล) นี้เป็นภาพพจน์ของวัดไทรในอดีต
วัตถุโบราณของวัดที่บันทึกไว้เมื่อ พ.ศ. 2505 ที่ชนรุ่นหลังไม่มีโอกาสได้ชม อันเนื่องมาจากความเก่าแก่ผุพัง และด้วยน้ำมือของมารศาสนา โจรผู้ร้ายขุดเจาะทำลายร้าง ขโมยพระพุทธรูปเก่าๆ ไป และทางวัดได้รื้อถอนไปบ้าง ได้แก่
ก่อด้วยอิฐโบราณ หลังคามุงกระเบื้องราง หลังโบสถ์มีรูปกากะบาด เจาะลึกเข้าไปในกำแพง
คู่มากับอุโบสถ ด้านหน้าอุโบสถ 4 องค์ หลังอุโบสถ 4 องค์ หน้าอุโบสถมีพระปรางค์สมัยอยุธยา 1 องค์
ตั้งอยู่ใจกลางวัด อายุประมาณ 300 ปี เหลือแต่ฐานล่าง มีต้นโพธิ์ใหญ่ขึ้นบนฐานปกคลุมอยู่
ปางสมาธิ นั่งหันหลังติดกัน องค์ใหญ่หันทางตะวันออก องค์เล็กหันทางตะวันตก พร้อมพระอัครสาวก และพระปรางค์สมาธิอีก 17 องค์ (ปัจจุบันเหลือพระแวดล้อม 4 องค์)